วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ออกแบบตกแต่งภายในสำนักงาน Office Interior Design
ออกแบบตกแต่งภายในสำนักงาน Office Interior Design
การออกแบบสำนักงานเพื่อการทำงานที่สะดวก และสามารถใช้พื้นที่สำนักงานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ตลอดจนถึงการเลื่อกใช้วัสดุที่นำมาตกแต่งสำนักงานให้เข้ากับบรรยากาศการทำงาน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การกำหนดแนวความคิด รูปแบบของสำนักงานอย่างเหมาะสม สำนักงานที่มีคุณภาพ น่าเชื่อถือจะต้องสะท้อนจากการจัดระบบกายภาพและการบริหารการจัดการ การจัดพื้นที่ให้ใช้งานได้ดี สะท้อนการบริหารจัดการที่ดี การจัดวางพื้นที่และเครื่องเขียนทำให้การใช้สอยภายในสะดวกรวดเร็วมีผลต่อการประกอบการทางธุรกิจอย่างชัดเจนที่สุด ทุกสิ่งในพื้นที่มีผลต่อสายตากระทบจิตใจและพฤติกรรม
การออกแบบบางแนวทางช่วยกระตุ้นต่อมให้คนรู้สึกขยันขันแข็ง การออกแบบบางแนวคิดช่วยสร้างให้เกิดความรักในองค์กร การออกแบบที่สำเร็จบางชิ้นงานช่วยสร้างแรงผลักให้คนมีความคิดสร้างสรรค์
ที่มา : http://www.interiordesigna.com
วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2554
วัสดุแต่ละชนิดก็มีนิสัยเฉพาะตัว
มาทำความรู้จักกับความเป็นตัวตนของวัสดุแต่ละชิ้น ซึ่งบทความนี้จะเป็นการดีกับผู้ที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์เป็นอย่างมาก เพราะว่าวัสดุเป็นสิ่งที่สำคัญของเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นมากๆเลยค่ะ วัสดุแต่ละชนิดมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน ทำให้ไม่สามารถแทนที่กันได้ทั้งหมด อีกทั้งวัสดุแต่ละประเภทยังมีเสน่ห์ต่างกัน แล้วแต่รสนิยมของเจ้าของบ้านด้วย
ไม้... เป็นวัสดุแรกๆที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึง ด้วยการที่เป็นวัสดุทำมาจากธรรมชาติ ให้ความรู้สึกอบอุ่น สวยงาม ทนทาน ดูแลรักษาไม่ยาก สามารถผลิตออกมาได้หลากหลายรูปแบบ ดูโมเดิร์นก็ได้ หรือดูโบราณก็ดี ส่วนราคานั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพ ความประณีต และชนิดของเนื้อไม้ที่นำมาใช้
-ไม้จริง สิ่งที่ต้องพิจารณาอันดับแรกคือ ความสวยงามของสีและลายไม้ ถ้าเป็นไม้หายาก ลายไม้จะสวยงาม แต่ก็จะแพง จากนั้นให้ดูการเข้าไม้ การทาสี การลงชะแล็ก ว่าเรียบร้อยหรือไม่ และไม้ที่ใช้ผลิตควรจะผ่านการอบแห้งก่อนด้วย เพื่อป้องกันการโก่งงอ ซึ่งจะไม่สวยและทำให้เสียหายได้ใน
-ไม้จริงผสมไม้อัด เนื่องจากปัจจุบันเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้จริงทั้งหมดหายากมากขึ้น และราคาแพง เฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้จึงเป็นทางเลือกใหม่ในราคาถูกกว่า
-แผ่น MDF เป็นเยื่อไม้นำมาอัดด้วยแรงดันสูงจนยึดเกาะเป็นแผ่น มีความหนาแน่นและทนทานมาก สามารถใช้กับวัสดุตกแต่งผิวได้หลากหลาย ทั้งสีพ่น ปิดด้วยพีวีซีหรือเมลามีน หรืออาจะปิดด้วยแผ่นวีเนียร์ ซึ่งก็คือไม้จริงที่ฝานบาง ทำให้ผิวสัมผัสวัสดุดูเป็นไม้จริง แต่ไม่ต้องใช้ไม้จริงๆทั้งท่อน ทำให้ประหยัดไม้ด้วย
-แผ่นพาร์ติเคิล ลักษณะภายนอกคล้ายๆ กับแผ่น MDF แต่ความหนาแน่นของเนื้อไม้จะเป็นรอง วัสดุที่ใช้ปิดแผ่นพาร์ติเคิลนั้น มี 3 แบบด้วยกัน คือ กระดาษปิดผิว พีวีซี และเมลามีน หรืออาจปิดด้วยวีเนียร์เหมือนกับ MDF ก็ได้
หวาย-ไผ่... เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีข้อดีที่เป็นงานฝีมือ มีความปราณีตในชิ้นงานแต่ละชิ้น ที่สำคัญคือ ราคาที่ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับวัสดุอื่นๆ การตกแต่งห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์ประเภทหวาย และไม้ไผ่ จะให้ความรู้สึก สบาย เป็นธรรมชาติ ถึงแม้วัสดุประเภทนี้จะให้ความรู้สึกโบราณ แต่ในปัจจุบันก็มีการพัฒนาให้มีรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้น เช่นการถักหวายเป็นเส้นเล็ก ถี่มากขึ้น หรือใช้ไม่ไผ่เป็นซี่เล็กๆ การย้อมสีให้เข้มขึ้น ก็สามารถนำมาตกแต่งแบบโมเดิร์นได้ แต่ข้อควรระวังของวัสดุประเภทนี้คือ จะมีฝุ่นเกาะตามซอกรอยสานหวาย หรือร่องไม้ไผ่ได้ ต้องหมั่นเช็ดทำความสะอาดอย่างดีค่ะ
หนัง... เป็นวัสดุที่ดูหรูหรา ให้ผิวสัมผัสนุ่มนวลโดยเฉพาะถ้าเป็นหนังแท้ จึงนำมาทำวัสดุบุเฟอร์นิเจอร์เช่น โซฟา อาร์มแชร์ เก้าอี้ จนในปัจจุบันมีการดัดแปลงมาบุเตียง หรือผิวโต๊ะ เพื่อเพิ่มความหรูหรามากขึ้น การเลือกซื้อ ถ้าเป็นพวกโซฟา อาร์มแชร์ก็ต้องลองนั่ง เพื่อทดสอบความแข็งแรงของตัวโครงไม้ด้วย จากนั้นก็ดูว่าเป็นหนังแท้หรือหนังเทียม ซึ่งแน่นอนว่าหนังแท้ก็จะมีราคาสูงกว่า แต่มีลวดลายสวยงามและความทนทานมากกว่า การดูแลรักษาหนังต้องใช้ขี้ผึ้งหรือน้ำยาทำความสะอาดทุกๆ 4-5 เดือน ถ้าเปื้อนต้องรีบใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด ถ้าทิ้งไว้นานจะเช็ดออกยาก
ผ้า... เป็นวัสดุที่นิยมใช้บุเฟอร์นิเจอร์เช่นเดียวกับหนัง โดยมีข้อดีที่สำคัญคือ มีให้เลือกหลายแบบหลายสไตล์ค่ะ ทั้งผ้าฝ้าย ผ้าค็อตตอน หรือผ้าไหม ทั้งยังมีสีและลวดลายให้เลือกเยอะ มีความอ่อนนุ่มในสัมผัส เหมาะสำหรับการตกแต่งบ้านในทุกรูปแบบ ส่วนเรื่องราคาก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก เช่น ชนิดของผ้า เนื้อผ้า ไปจนถึงแบรนด์เนมด้วย แต่ข้อเสียคือเปรอะเปื้อนได้ง่ายและอาจไม่ทนทานมากนัก ในการเลือกซื้อจึงต้องคำนึงถึงการดูแลรักษาด้วยนะคะ
โลหะและกระจก... เหมาะกับการตกแต่งบ้านในสไตล์โมเดิร์นหรือคอนเทมโพลารี ส่วนบ้านที่ตกแต่งในแนวธรรมชาติก็สามารถใช้ได้ แต่ต้องดูรูปทรง ลวดลาย และการออกแบบด้วย อาจใช้วัสดุเหล็กสไตล์แอนตีคที่เน้นเครื่องทองเหลือง ทองแดง ก็ทำให้ดูกลมกลืนได้ โลหะมีข้อดีคือความแข็งแรงทนทาน แต่ข้อเสียคือน้ำหนักมาก เคลื่อนย้ายลำบาก และอาจเป็นสนิมส่วนแก้วหรือกระจกนั้น สามารถใช้เสริมในเฟอร์นิเจอร์ได้เหมาะกับพวกโต๊ะกลาง หรือโต๊ะข้าง ไม่สามารถรับน้ำหนักได้มาก การเคลื่อนย้ายลำบาก เสี่ยงต่อการแตกหัก ชำรุดได้ ควรเลือกใช้กระจกลามิเนตหรือกระจกนิรภัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในบ้าน
พลาสติก... ด้วยรูปทรงและดีไซน์ที่มีความหลากหลายที่สุด จึงเป็นที่นิยมในการตกแต่งบ้านสมัยใหม่ แต่ส่วนใหญ่ที่ทำออกมาจะเป็นโต๊ะและเก้าอี้เท่านั้น เพราะเป็นวัสดุที่มีความบอบบาง ไม่สามารถรับน้ำหนักได้มาก เฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้อาจจะเป็นพลาสติกล้วนๆ หรือมีวัสดุอื่นๆ เช่น สแตนเลส หรือเหล็กมาเสริมความแข็งแกร่งก็ได้ ข้อดีของเฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้คือน้ำหนักเบา จึงเคลื่อนย้ายได้ง่าย ไม่ซึมน้ำ ทำความสะอาดได้ง่าย ส่วนข้อเสียก็คือ ไม่ค่อยแข็งแรง ไม่ทนต่อความร้อน แต่ในปัจจุบันมีการผลิตพลาสติกคุณภาพสูงมากได้ ทนความร้อนมากขึ้น สามารถใช้งานกลางแจ้งได้นานการเลือกเฟอร์นิเจอร์เป็นขั้นตอนสุดสนุกในการแต่งบ้านเลยนะคะ แต่ถ้าใครยังปวดหัวกับการเลือกซื้อด้วยข้อจำกัดที่ไม่ลงตัวกับความต้องการซักที ขอบอกไว้ก่อนเลยค่ะว่าวัสดุแต่ละชนิดต้องมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันอยู่แล้วค่ะ ขอเพียงรู้ถึงนิสัยของวัสดุแต่ละชนิดก็จะสามารถซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากับตัวเราได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ
ที่มา : http://www.forfur.com/blog/detail/374/หลักการเลือกเฟอร์นิเจอร์ด้วยวัสดุ
บ้านเล็กในเมืองใหญ่

1. Keep It Simple กฏข้อที่หนึ่งใช้ความเรียบง่ายค่ะ อย่าพยายามเอาสิ่งของที่มีหลากหลายสไตล์ และดีไซน์มาไว้รวมๆกัน มันจะทำให้พื้นที่ยิ่งดูเล็ก และดูรกมากกว่าจะดูดีนะคะ ดังนั้นยึดหลักความเรียบง่ายไว้ค่ะดีที่สุด ตกแต่งให้เรียบง่ายเข้าไว้

2. Maximizing Storage Space พยายามเพิ่มพื้นที่จัดวาง จัดเก็บของเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งให้ได้มากที่สุด ที่ๆจะหาซื้อเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งแนวนี้ได้ดีแห่งหนึ่งก็คือ ikea คงเพราะบ้านในยุโรปจะมีขนาดเล็กและต้องใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าที่สุด สามารถเก็บของได้มากที่สุด ซึ่งเร็วๆนี้ ikeaก็จะกำลังจะมาเปิดในเมืองไทย หวังว่าจะมีเฟอร์นิเจอร์แนวๆนี้มาเยอะๆ เพราะบ้านคนไทยก็เล็กเหมือนกัน ^ ^

3. Playing with Color สีมีความสำคัญอย่างมากในการกำหนด Look & Feel ของห้อง และมีความสำคัญมากสำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก ใช้สีที่สว่าง จะทำให้พื้นที่ดูกว้าง และโล่งขึ้น ขณะที่สีมืดๆจะทำให้เหมือนอยู่ในถ้ำ ทำให้ดูเล็กและอึดอัด
4. Working within Limitations บ้านในเมืองส่วนใหญ่มักเป็นบ้านให้เช่าจึงมีข้อจำกัดไม่สามารถทำอะไรกับโครงสร้างได้ สิ่งที่ง่ายที่สุดก็คือเล่นกับฝาผนัง ไม่ว่าจะเป็นภาพ หรือเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งแขวนผนังต่างๆ ก็จะทำให้ห้องดูสวยงามมีดีไซน์ และได้ประโยชน์ใช้สอย มากขึ้น การใช้ที่กั้นห้องก็สามารถแบ่งพื้นที่ได้โดยไม่ต้องไปต่อเติมผนังห้อง อย่ายอมแพ้กับข้อจำกัดค่ะ..ทุกอย่างมีทางออก

5. Making Lighting Work for you ใช้แสงสว่างให้เป็นประโยชน์ในการตกแต่ง…อย่าปล่อยให้ห้องมืดทึบเด็ดขาด ใช้สีที่อ่อนและสว่างจะทำให้ห้องดูมีแสงสว่างมากขึ้น นอกจากนั้นการใช้กระจกเพื่อเพิ่มแสงให้กับห้องก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดอีกอย่างทำให้หัองดูมีพื้นที่มากขึ้นด้วย และถ้าเป็นไปได้ เปิดให้แสงเข้ามาได้จากด้านบนจะช่วยให้ห้องเล็กดูใหญ่ขึ้นได้มากทีเดียว ใช้ประโยชน์จากหน้าต่าง เลือกผ้าม่านสีอ่อนผ้าเนื้อบาง ได้แสงเข้ามา และทำให้ห้องดูกว้างขึ้น ไม่อึดอัด
การตกแต่งพื้นที่เล็กๆ จำเป้นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่มากกว่า บวกกับคำแนะนำที่ “ใช่” คุณ ก็จะได้การตกแต่งที่ลงตัวระหว่างรูปแบบ และการใช้สอย
พาทัวร์ร้านรองเท้าดีไซน์เท่ๆกับ PUMA HOUSE @ TOKYO
และแนวคิดในการออกแบบงานชิ้นนี้ก็คือการนำเอาบันไดมาประดับพันขึ้นไปรอบเสาโดยให้ใช้เป็นพื้นที่สำหรับแสดงสินค้า ซึ่งนั่นก็คือรองเท้านั่นเอง และการนำเอาบันไดมาใช้ในร้านก็สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันโดดเด่น รวมไปถึงบันไดนั่นยังช่วยเป็นเครื่องเตือนใจว่า การออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดในแต่ละวันก็คือการเดินขึ้นลงบันไดนั่นเอง รวมไปถึงยังสื่อได้ไปถึงที่นั่งบนอัฒจันท์ที่เป็นขั้นบันไดสูงขึ้นไปอีกด้วย และทั้งหมดก็ได้ตอกย้ำถึงความเป็น sport brand ของPuma นั่นเอง



DIY vintage style
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม มีดังนี้ 1. ป้ายสินค้า 2. เชือกเกลียว 3. กระดาษคละลาย 4. ตัวปั๊มวันที่ 5.คลิปหนีบกระดาษ 6.จี้สร้อยคอ หรือ ต่างหู ที่เราไม่ใช้แล้ว 7. ลูกไม้ หรือริบบิ้น 8.จักรเย็บผ้า ใครไม่มีก็ เย็บด้วยมือก็ได้น่ะค่ะ

“Vintage Finding Tags”
ขั้นตอนการทำ มีดังนี้
1.นำป้ายสินค้า มาเย็บติดด้วยลูกไม้ หรือ ริบบิ้น ตรงมุมใดมุมหนึ่งของป้ายสินค้า พอเย็บติดกันเสร็จให้สังเกตดูว่า จะมีส่วนของตัวลูกไม้ที่ยื่นเกินออกมานิดหนึ่ง ให้เราตัดออก ตัดให้ตรงกับขอบของป้ายสินค้า ดูจากภาพประกอบเลยค่ะ

2. นำกระดาษสี กระดาษลวดลาย หรือเศษกระดาษเหลือใช้ได้หมดเลยค่ะ แล้วตัดกระดาษนั้นให้เป็นรูปทรงที่ต้องการ จากนั้นปั๊มวันที่ด้วยตัวปั๊ม และนำไปติดกับป้ายสินค้าโดยตัวคลิปหนีบกระดาษ

3. นำจี้ หรือ ตัวจี้ที่หลุดจากต่างหู อาจจะนำกระดุม หรือ ตัวตุ๊กตาเล็กๆ มาประดับตกแต่ง ตามของที่เราสามารถหาได้ใกล้ๆตัว จากนั้นใช้เชือกเกลียว ผูกติดเข้าไปกับตัวป้ายที่เราทำเสร็จไว้ก่อนหน้านี้

4. Yeah Yeah เป็นอันเสร็จสิ้นแล้วค่ะ ช่างง่ายและสนุกอะไรเช่นนี้ คนไหนทำอันแรกเสร็จ ก็ลองทำเพิ่มอีกหลายๆอันก็ได้ จะได้มีหลากหลาย
